Translate

รู้สึกว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ถ้าใครเข้าร้านหนังสือบ่อยๆ จะเห็นได้ว่ามีวรรณกรรมรุ่น Generation X , Generation Y ออกมาวางขายกันอย่างมากมายเลยครับ ชื่อเรื่องแต่ละเล่มก็ สุดแสนจะสะเด็ดสะเด่า อาทิ เรื่องเล่าสาวไซไลด์, ผู้ชายป้ายเหลือง, สาวโคโยตี๊ และอื่นๆอีกเต็มเลย ในรูปแบบพ๊อคเกทบุ๊ค อาจจะเป็นเพราะกระแสจากพ๊อคเกทบุ๊คดาราหรือเปล่า ใครๆก็มีหนังสือเป็นของตัวเองกัน ผมชอบไปยืนอ่านน่ะครับแต่ไม่ค่อยซื้อ เนื้อหานี่อืมหืม อ่านแล้วชวนให้อยากได้เสียกับคนข้างๆจริงๆ แบบว่าอีโรติกเกินไปป่ะ อย่างกะหนังสือโป๊ อันนี้ควรใช้วิจารณญานในการอ่านด้วย (โปรดควบคุมอารมณ์ดิบของท่าน) ไม่ได้ตั้งใจจะวิจารณ์อะไรมากหรอกครับ แต่แค่อยากรู้ว่า พวกหนังสือพ๊อกเกทบุ๊คนี่ คนเขียนนี่เค้าได้กำไรรดีหรือเปล่า เราไม่ค่อยรู้กระบวนการทำหนังสือเท่าไหร่อ่ะ

เคยได้ยินมาว่าถ้านำมาจัดพิมพ์หลายๆ ครั้งเจ้าของก็จะได้ค่าลิขสิทธิ์ไปด้วย ใครเคยทำหนังสือหรือส่งให้สำนักพิมพ์ ช่วยบอกหน่อยนะว่าดีไหม คือว่าอยากจะลองทำดูบ้างอ่ะ แต่ว่าอยากจะลองแปลหนังสือที่มีต้นฉบับเป็นภาษาญี่ปุ่น ดูเห็นหลายๆเรื่องน่าสนใจดี น่าจะลองเอาวรรณกรรมญี่ปุ่น มาเผยแพร่บ้าง ลองดูกันหน่อยว่า ประเทศที่มีความล้ำหน้าประเทศไทยไปหลายปี วรรณกรรมรุ่นใหม่เค้าเป็นอย่างไรบ้าง ตอนเรียนก็เคยอ่านผลงานของอาจารย์อยู่หลายเล่มนะ เช่น โคะโคะโระ(心) ของอาจารย์กนก ดีครับตอนนั้นชอบมาก ลองไปหาอ่านดูได้ตามห้องสมุด อยากลองทำดูบ้างแต่ก็กลัวแปลแล้ว ไม่ได้อารมณ์อ่ะครับ หรือไม่มันส์ คนก็คงไม่อ่าน เลยคิดว่า ถ้าว่างๆจะหาหนังสือมาแปลแล้วเขียนใส่ใน Blog นี่แหละครับชิมลางไปก่อน อิอิ เพื่อสำนักพิมพ์จะเดินผ่านมาเห็น หวังว่างานแปลของเราคงจะมีคนสนใจบ้างนะคร๊าบ............



edit @ 2007/02/05 10:07:05

Big Rock In Life Story

posted on 18 Mar 2006 01:04 by shuriken in Translate

Big Rock In Life Story

วันหนึ่ง ณ โรงเรียนธุรกิจ แห่งหนึ่ง (อาจารย์) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจัดการบริหารเวลาได้ตั้งปัญหาเชาว์ กับกลุ่มนักเรียนชั้นที่เก่งและมีคะแนนดี ในระหว่างชั่วโมงการเรียนการสอน

อาจารย์ได้หยิบเอาโหลขนาดบรรจุ 1 แกลอนมาวางไว้บนโต๊ะ และ หยิบก้อนหินขนาดเท่ากำปั้น 10 ก้อนมากองไว้แล้วนำใส่ขวดทีละก้อนอย่างระมัดระวัง พอใส่จนเต็มอาจารย์ก็ถามว่า โหลนี้เต็มหรือยัง นักเรียนในชั้นทุกคนตอบว่า เต็มแล้ว แล้วอาจารย์ก็พูดว่า จริงเหรอ? แล้วก็หยิบถังใส่ก้อนกรวดจากใต้โต๊ะอีกตัว เขย่าขวดพร้อมกับใส่ก้อนกรวดลงไปในช่องทั้งซ้ายและขวาจนเต็ม และถามกลุ่มนักเรียนอีกครั้ง เต็มขวดแล้วหรือยัง? นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า คิดว่าบางทีอาจจะยังไม่เต็มครับ อาจารย์บอกว่า ดีมาก พร้อมกับหยิบทรายออกมาจากถังข้างในอีก

ในครั้งนี้ แล้วค่อยใส่ทรายแทรกลงไปในช่องว่างของก้อนหินกับก้อนกรวด ทีนี้ เต็มโหลแล้วหรือยัง? นักเรียนทุกคนในชั้นตอบว่า ยัง คราวนี้อาจารย์ตอบว่า ใช่ ถูกต้อง พร้อมกับหยิบเหยือกน้ำ แล้วเทน้ำใส่ลงไปในโหล จนเต็ม

พอเทเสร็จ อาจารย์มองที่ทุกคนแล้วถามว่า เรื่องนี้สอนให้รู้อะไร นักเรียนคนหนึ่งยกมือตอบว่า หมายความว่า ตัวอย่างเช่นแม้ว่าจะมีตารางเวลาที่แน่นมากเพียงใด ถ้าหากพยายามที่จะปรับประยุกต์แล้ว เราก็สามารถที่จะจัดสรรตารางเวลาให้ลงตัวได้ อาจารย์บอกว่าไม่ใช่ ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นหรอก สิ่งที่ต้องการสอนในเรื่องนี้คือ ถ้าหากไม่ใส่หินก้อนใหญ่ในตอนแรกแล้วจะนำมาใส่ในภายหลังก็ไม่สามารถทำได้

สิ่งที่เป็นหินก้อนใหญ่ในชีวิตของคุณคืออะไร ลูกๆของคุณหรือเปล่า? คนรักของคุณใช่ไหม? หรือว่า การร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร? การได้สอนผู้อื่นหรือได้ช่วยเหลือผู้อื่น? การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ? เพื่อตัวคุณเอง, เพื่อสุขภาพ หรือว่า

มีเวลาเพื่อได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่า? ทุกๆคน ถ้าคุณยังไม่ได้ใส่หินก้อนใหญ่ของคุณในตอนแรก อย่าลืมเรื่องที่ว่ามันไม่สามารถจะนำมาใส่ภายหลังได้อีก

ถ้าหากคุณจะต้องเสียเหงื่อไปกับเรื่อง ที่ไม่สำคัญ (กรวด, ทราย) ในชีวิตของคุณก็จะเต็มไปด้วยเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สำคัญ ถ้าหากเป็นเช่นนั้น คุณก็จะไม่สามารถใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญสำหรับตัวคุณเองหรือสิ่งที่คุณรักได้(หินก้อนใหญ่) พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่สามารถใช้เวลาที่มีค่าของคุณได้อย่างมีคุณภาพนั่นเอง

คืนนี้, หรือว่าในตอนเช้าหากสะกิดใจคิดเรื่องเล็กๆนี้ขึ้นมาได้อยากให้คุณลองถามตัวของตัวเองว่า

What are the big rocks in my life?

From Yazaki Philosophy

Translated By

Panaphun Pruksakorn

edit @ 2006/03/18 01:06:02
edit @ 2006/03/18 01:09:26
edit @ 2006/05/10 22:33:59

心を開いて(Open mind )

posted on 18 Mar 2006 00:56 by shuriken in Translate

心を開いて(Open mind

現在、タイで滞在している日本人はだんだん多くなっていると感じています。旅行もそうだし、仕事で出張している日本人が一杯見えます。昔からタイでは旅行なり仕事なりいろいろな外国人がタイに入ってきます。タイ人は主催としてタイをいいイメージするように対応するべきだと思っています。その為言語をはじめ、習慣、文化などを活用して、お互いによくコミュニケーションできることになると思われます。もしそれらは最初から心を開かないと、どれだけいいツールがあっても、外国人の考え方を分かることが無理です。

つまり、だれかと話そうと思っていたら、まず自分のこころをオーポンしてみて積極的に話しを始めることが一番重要です。相手は何を考えているか、話さないとぜんぜんわからない。話ツールを使わなくても、

ボディー・ランゲージで対応して少しでもお互い通じるではないでしょうか。タイでは「ジムサヤームの国」って言われていました。意味は微笑む国ですし、どこに行ってもみんなは微笑んでくれる言うことです。そういうことと言っても、外国人が道が迷っているとき何か困った時、タイ人はあまり助けてくれないよく見えます。多分英語を話せない理由あるですが。でもやってみないとわからない、少しでも説明しようとすると、ああ「タイ人はやさしいなあ」と外人が思わせるでしょう。

  タイにいる外国人は例えば、日本人もタイ人とコミュニケーションしようとする心が大切なことです。 

例といいますとタイに出張している日本人は最初タイ人とコミュニケーションはできないから、通訳者をよく使います。仕事の話、難しい話は通訳者は代わりに通じしてもらいば、いいですけど、簡単なこと例えばごはんを食べるとかどうこに行く時とか自分で話せたら方が便利ではないでしょうか。その時通訳者はメンドックサイと思います。それに仕事後通訳はずっとついに行くことではないでしょうか。どの手法でも自分自信でコミュニケーションしようとしたら、もっと楽しくなると思います。私に信じて、みんな

頑張りましょう。                               

edit @ 2006/05/09 21:47:31
edit @ 2006/05/10 22:35:54


edit @ 2006/12/15 21:30:47