เมื่อคุณใกล้ตาย
posted on 17 Aug 2010 11:24 by shuriken in Articleบทความดีๆที่คุณควรอ่านก่อนตาย จัดไป
บทความเรื่องหนึ่ง โดย Bronnie Ware
ซึ่งเป็นนักเขียนอิสระอยู่ที่ออสเตรเลีย
โดยนักเขียนผู้นี้เคยทำงานดูแลผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าจะเสียชีวิตและกลับไปอยู่
ที่บ้านเพื่อรอวันตาย
โดยเธอจะอยู่กับผู้ป่วยเหล่านี้ในช่วงสามถึงสิบสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ผู้
ป่วยจะเสียชีวิต โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เธอได้มีโอกาสพูดคุย
และรับฟังความในใจของผู้ป่วยเหล่านี้ เมื่อถามถึงสิ่งที่เสียใจหรือสิ่งใดๆ
ก็ตามที่ถ้าทำได้อยากจะย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงนั้น
เธอพบว่ามีอยู่ห้าประเด็นที่มักจะพบในผู้ป่วยที่กำลังใกล้เสียชีวิตเป็นส่วน
ใหญ่ครับ
ประเด็นแรก คือ
ผู้ป่วยเหล่านี้อยากจะมีความกล้าที่จะใช้ชีวิตตามแบบที่ตนเองอยากหรือต้อง
การจะเป็น ไม่ใช่ดำรงชีวิตตามความต้องการหรือความคาดหวังของผู้อื่น
ซึ่งพบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ป่วยอยากจะเปลี่ยนแปลงมากที่สุดครับ
เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยพบว่าชีวิตตนเองกำลังจะสูญเสียไป
และมีโอกาสมองย้อนกลับไปในอดีตนั้น จะพบว่ามีความฝันหลายๆ
อย่างที่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำหรือยังไม่บรรลุ
และเมื่อใกล้จะเสียชีวิตก็จะพบว่าความฝันของตนเองนั้นจะไม่มีวันบรรลุ
และส่วนใหญ่ก็มักจะมานั่งนึกเสียใจ
เพราะสาเหตุที่ไม่สามารถทำตามความฝันได้นั้น
เป็นเพราะตัวเองเลือกที่จะไม่ทำเอง
ตัวเองเลือกที่จะทำตามสิ่งที่ผู้อื่นขีดเส้นทางให้เดิน
ถือเป็นบท
เรียนที่สำคัญสำหรับทุกๆ ท่านนะครับ ที่ในช่วงชีวิตหนึ่ง
ถ้ามีโอกาสและเลือกได้ก็ควรจะเดินตามความฝันของตัวท่านเอง
เพราะคนเราหนีไม่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย และเมื่อวันนั้นมาถึง
เราก็คงจะไม่มีแรงที่จะเดินตามความฝันที่เราต้องการแล้ว
การมีสุขภาพที่ดีจะช่วยทำให้ท่านเดินตามความฝันได้ แต่เมื่อใดก็ตาม
ที่สุขภาพท่านเริ่มแย่แล้ว อิสระในการเดินตามฝันก็ท่านก็จะลดน้อยลง

ประเด็น
ที่สอง คือ ผู้ป่วยใกล้เสียชีวิตเหล่านั้น
คิดเสียใจว่าในอดีตจะไม่ได้ทำงานหนักเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์นี้
มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยชายเกือบทุกคนเลยครับ
คุณผู้ชายเหล่านี้มักจะเสียใจว่าในอดีตที่ผ่านมา
ไม่ค่อยได้มีเวลาในการดูแลลูกๆ ของตนเท่าที่ควร
รวมทั้งไม่ได้อยู่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากภรรยาเท่าที่ควร
ผู้ป่วยที่เป็นชายเกือบทุกคนจะรู้สึกเสียดายว่าในอดีตใช้
และให้เวลากับงานมากเกินไป
ข้อสังเกตนี้ก็น่าคิดนะครับ
ว่าในปัจจุบันเราให้ความสำคัญกับการทำงานมากเกินไปหรือไม่
เราต้องการแสวงหารายได้ ชื่อเสียง เกียรติยศมากเกินไปหรือไม่
สุดท้ายเมื่อเราใกล้ตายเราจะสำนึกเสียใจว่าเราได้พลาดโอกาสดีๆ
ในชีวิตที่ไม่มีวันหวนกลับมาหรือไม่
การมีรายได้ที่พอเพียงอาจจะเป็นทางออกสำหรับทุกท่านนะครับ
อีกทั้งการมีที่ว่างในตารางเวลาและชีวิต
ที่ไม่ใช่เรื่องของการทำงานเพียงอย่างเดียว จะทำให้เรามีความสุขขึ้น
และเมื่อเราใกล้เสียชีวิต จะไม่มานั่งย้อนนึกเสียใจในสิ่งที่เราพลาดไป
ประเด็น
ที่สาม คือ ผู้ป่วยอยากจะกล้าที่จะแสดงอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตน
เนื่องจากคนจำนวนมากจะปิดกั้นอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงของตน
เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบและสันติ
ทำให้สุดท้ายแต่ละคนรู้สึกว่าอารมณ์ของตนเองถูกเก็บกด
และไม่สามารถเป็นตัวตนที่แท้จริง
ประเด็นที่สี่ คือ
ผู้ป่วยที่ใกล้เสียชีวิตนั้น มักจะเสียใจที่ไม่ได้ติดต่อเพื่อนฝูงเก่าๆ
เนื่องจากเรามักจะไม่ค่อยเห็นถึงคุณค่าของเพื่อนเก่าๆ
จนกระทั่งใกล้เสียชีวิต คนจำนวนมากจะมัวแต่ยุ่งและวุ่นวายกับชีวิตประจำวัน
จนละเลยต่อความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนฝูง
ทำให้เรามักจะไม่ค่อยให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูงต่างๆ
จนกระทั่งใกล้จะเสียชีวิต ก็จะเริ่มนึกถึงเพื่อนฝูงขึ้นมา
ดูเหมือน
ว่าเมื่อคนใกล้จะเสียชีวิต เกียรติยศ เงินทอง หรือสถานะทางสังคมต่างๆ
กลับดูไปจะด้อยหรือไร้ความหมายนะครับ สุดท้ายดูเหมือนว่า เรื่องของความรัก
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยที่กำลังใกล้ตายนึกถึง
ประเด็น
สุดท้าย ซึ่งค่อนข้างน่าแปลกใจ คือ
ผู้ป่วยเหล่านี้กลับสำนึกเสียใจว่าไม่ได้ทำให้ชีวิตที่ผ่านมาของตนเองมีความ
สุขเท่าที่ควร
ผู้ป่วยหลายคนจะไม่เคยนึกถึงมาก่อนนะครับว่าตนเองสามารถที่จะเลือกที่จะทำ
ให้ชีวิตมีความสุขได้ คนจำนวนมากเลือกที่จะอยู่และปฏิบัติในสิ่งที่คุ้นเคย
ความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง
ทำให้คนเรามักจะหลอกตนเองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมีความสุข ซึ่งจริงๆ
แล้วกลับไม่ใช้
ท่านผู้อ่านจะเห็นได้นะครับว่าเมื่อคนเราใกล้จะตาย
นั้น เรามักจะนึกย้อนกลับไปถึงอดีต
และเริ่มสำนึกเสียใจในสิ่งที่ได้ทำหรือไม่ได้ทำมาในอดีต
และเราจะพบว่าเมื่อเราใกล้ตายแล้ว เงินทอง ชื่อเสียง สถานะ เกียรติยศต่างๆ
กลับไม่มีความหมาย สิ่งที่มีความหมายเมื่อใกล้ตาย คือ
เรื่องของความรักและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ซึ่งหลายครั้งกลับกลายเป็นสิ่งที่เราละเลยหรือไม่สนใจในขณะที่เรามีชีวิต
อยู่
นอกจากนี้ เมื่อใกล้ตาย
คนเราจะพบว่าชีวิตในอดีตที่ผ่านมานั้นเรามีสิทธิที่จะเลือก
แต่เราดันเลือกในสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เรามีความสุข
หรือเลือกในสิ่งที่ทำให้เราต้องมาย้อนสำนึกเสียใจ เมื่อเราใกล้ตาย ดังนั้น
ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่และยังแข็งแรง เราจะต้องเลือกอย่างมีสติ
เลือกอย่างฉลาด เลือกในสิ่งที่ถูก
และเลือกในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขนะครับ
credit : http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2010q3/2010August10p1.htm

